Skip to Content

Can I Wirelessly Connect My PC to My HDTV?

Ernest Valdez, Jr. asked how he could wirelessly send a video signal from his computer to his HDTV.

There are number of ways to do this, although they may not provide what you want.

First of all, a great many televisions today have WiFi built in, which allows you to wirelessly connect them to your home network, and thus to your computer. So do many new Blu-ray players–and they’re a great deal cheaper than HDTVs. But is WiFi really your best option?

Depending on your home’s geography, WiFi may not be reliable enough for quality streaming video. If it isn’t, consider using Ethernet. All of the TVs and Blu-ray players that support WiFi, and many that don’t, have Ethernet. If stringing an Ethernet cable from your router to your TV isn’t practical, HomePlug devices–which use your home’s electric grid to transmit data–can easily give you an Ethernet connection to any room in your home.

You probably already know that,–however they’re connected–networked HDTVs and Blu-ray players can play Internet streaming video. Virtually all of them offer Netflix. Many have YouTube, Pandora, and at least one pay-per-view service. Newer ones are including Hulu Plus.

Most of them can also play videos and music, and display photos, off of any computer on the network. The computer has to be running DLNA server software, but that’s not difficult. Windows Media Player–which comes bundled with Windows–is such a server.

But these features don’t make the HDTV or Blu-ray player as versatile as a computer. They can’t play all of the streaming video services that your browser can handle, nor do they support every media file format that you might find on your PC. That’s why many people like to plug their computer into their HDTV.

Of course, that’s not a wireless solution.

Or is it? I tested two wireless PC-to-TV devices for this article. Atlona’s AT-AiR3 and Cables Unlimited’s Wireless USB to HDMI & VGA Adapter with Audio appeared to be the same product in different packaging, although only the Atlona’s supported 1080p. In both cases, you plug one USB device into your PC, and plug another one into your HDTV via not-included HDMI or VGA cables.

Both had the same problem: a software installation that makes major changes to Windows’ Registry and adds an autoloader. Also, their ranges were limited; you basically had to be in the same room as the TV. But each allowed me to watch PC content on the television while my laptop was at my fingertips. Their image quality was equivalent to using the PC’s HDMI port.

 

 

สรรพากรตั้งแท่นรีดภาษีเกิน1.4แสนล้านบาท

กรมสรรพากรประชุมประเมินนโยบายภาษีหลังเลือกตั้ง ยังมั่นใจทั้งปีเก็บภาษีเกินเป้า 1.4 แสนล้านบาท

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมได้มีการประชุมสัมมนา สรรพากรภาค สรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศในสัปดาห์นี้ เพื่อวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานการจัดเก็บภาษีในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ วิเคราะห์ทิศทางภาษีกับการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากความเคลื่อนไหวทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง จดทะเบียนบริษัท

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการติดตามนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศภายหลังการเลือกตั้ง ได้แก่ การปรับปรุงโครงสร้างภาษีและการออกมาตรการภาษีต่างๆ ซึ่งกรมสรรพากรต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ในทันที รับทำบัญชี

สำหรับผลการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในปีนี้คาดว่าจะสามารถจัดเก็บได้เกินกว่าประมาณการที่ได้รับมอบหมายประมาณ 1.4 แสนล้านบาท หรือ 10 % ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.4 ล้านล้านบาท โดยผลการจัดเก็บภาษีสะสมของกรมสรรพากร ตั้งแต่เดือนต.ค. 2553 ถึง เดือนเม.ย.2554 จัดเก็บได้รวมทั้งสิ้น 6.39 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 14.97% และสูงกว่าประมาณการ 10.84% สำนักงานบัญชี

นายสาธิต  กล่าวว่า กรมจะจัดงาน “สรรพากร On Tour” ปี 5 โดยกล่าวว่า  เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไป รวมทั้ง นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเสียภาษี  เป็นการทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างทัศนคติทางบวกในด้านภาษีอากร วางระบบบัญชี

 

The Kid-Friendly Air Purifier

Air purifiers as advanced as the MinusA2 tend to look high-tech or institutional—rarely adorable. Thankfully, RabbitAir launched a unit last week featuring Paul Frank’s ubiquitous monkey, which means your kids can breathe clean air without feeling like they’re in a semiconductor manufacturing plant. Roughly the size of a box fan, the MinusA2′s ventless facade and wall-mount option make it as much a canvas as an appliance, yet it doesn’t trade performance for cuteness.

 

ตร.ยึดรถหรูหนีภาษีกว่า100คัน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปจร.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.คำรบ ปัญญาแก้ว รองผบช.ภ.7 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.ตร. ตรวจยึดและจับกุมรถยนต์ทั้งหมด 100 คัน ซึ่งเป็นรถหนีภาษีศุลกากร 51 คัน รถยนต์แจ้งหายจากประเทศมาเลเซีย 24 คัน และรถยนต์ต้องสงสัยว่าหลบหนีภาษีนำเข้า 25 คัน สำนักงานบัญชี

พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ กล่าวว่า ผู้ที่ครอบครองสามารถติดคุกได้หากพบว่าปลอมแปลงเอกสาร มาสวมซาก หรือมาเป็นรูปอะไหล่ ที่ผ่านมามีรถยนต์นำเข้าผิดกฎหมายประมาณ 1,000 คัน ซึ่งส่วนใหญ่หนีภาษีพบมีการแจ้งหายจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ พบผ่านเข้ามาทางด่านสะเดา มีทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และยังลักลอบมาจากญี่ปุ่น ซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งคัน ถอดแยกอะไหล่ทำให้เสียภาษีถูก นำมาปรับแต่งส่งไปยังประเทศที่สาม อู่ปรับแต่งอยู่ย่านลาดกระบังและแหลมฉบัง จดทะเบียนบริษัท

พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ กล่าวอีกว่า รถยนต์ยี่ห้อมินิคูเปอร์ที่จับได้เป็นรถที่ได้รับความนิยม มีการนำชิ้นส่วนมาจากต่างประเทศ นำมาจอดแต่การเสียภาษีสรรพสามิตแพงมาก จึงมีผู้ประกอบการนำมาประกอบแต่ไม่ไปจดทะเบียน แต่แฝงใช้รถที่มียี่ห้อใกล้เคียงกันเข้ามาสวม บางรายอาจทำป้ายทะเบียนปลอมเข้ามาสวม ที่ยึดมาถือว่าเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวอย่างรถดี ราคาถูก แต่ผิดกฎหมาย รับทำบัญชี

มีรายงานว่ารถยนต์ถูกโจรกรรมในไตรมาส 2 ตั้งแต่เปิดศูนย์มาตั้งแต่ปี 2553 มีจำนวนทั้งหมด 542 คดี ปี 2554 มี 429 คดี และโจรกรรมลดลง 113 คดี ซึ่งในปี 2553 มีการจับกุมไปแล้ว 46 คดี ซึ่งในขณะนี้ปี 2554 มีการจับกุมทั้งหมด 33 คดี ลดลง 13 คดี วางระบบบัญชี

ชวนร่วมงานสหกิจศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกับ สมาคมสหกิจศึกษาไทย และเครือข่ายสหกิจศึกษา 9 เครือข่าย ขอเชิญสถาบันอุดมศึกษา สถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้สนใจ ร่วมงานวันสหกิจศึกษาไทย ครั้งที่ 3 ประจำปี 2554 ในวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2554 เวลา 08.00 -16.30 น. ณ รอยัล จูบิลลี่ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี สนใจสอบถามรายละเอียด โทร. 0-2610-5200 ต่อ 5443 , 5339 หรือเข้าดูได้ที่ http://lms.thaicyberu.go.th/Cooped/register.asp

มธ.อบรมภาษาอังกฤษ

คณะศิลปศาสตร์ ภาควิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) กำหนดจัดอบรมภาษาอังกฤษ รุ่นที่ 29 โดยเปิดอบรม 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 อบรมวันจันทร์และวันพุธ ระหว่างวันที่ 6 กรกฎาคม-14 กันยายน 2554, กลุ่มที่ 2 อบรมวันเสาร์ ระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม–10 กันยายน 2554 และกลุ่มที่ 3 อบรมวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่  10 กรกฎาคม-11 กันยายน 2554 ผู้สนใจสมัครได้ด้วยตนเองที่ งานโครงการบริการทางวิชาการและสังคม ชั้น 1 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2696-5649, 0-2696-5645, 0-2613-2651-2 www.english.arts.tu.ac.th

กศน.สอนทางไกล4หลักสูตร

สถาบันการศึกษาทางไกล สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดรับสมัครหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง (ระยะสั้น) 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร หลักสูตรเซียนกล้อง : พื้นฐานการถ่ายภาพเส้นทางสู่มืออาชีพ หลักสูตรการจัดการนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการ และหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม ถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2554  ผู้สนใจดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.dei.ac.th หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2216-2685-7 ต่อ 16.

Zevotek Announces Live Appearance On CBS Television Evening News Show

NEW YORK, May 20, 2011 (GLOBE NEWSWIRE) – Zevotek, Inc., (OTCBB:ZVTK) and (Frankfurt:T5V2), a worldwide direct marketer and distributor of innovative personal and home care items, today announced that the Ionic Bulb spokesperson is presenting the Ionic Bulb in a live CBS television news feature story today during its 7PM (EDT) broadcast on Channel 12, the Palm Beach, Florida CBS affiliated TV station. Zevotek, Inc., headquartered in nearby Stuart, Florida, is the exclusive manufacturer and distributor of the patented Ionic Bulb, a UL approved, independent laboratory tested air purifier that cleans the air by silently emitting negative ions using a microchip placed inside an energy saving compact fluorescent light bulb (CFL). The Ionic Bulb made national news last week with its appearance in a May 12, 2011, “USA Today” article about new products that effectively clean the air in office buildings using proven environmentally safe technology. The USA Today article featured the Ionic Bulb and new products from Alcoa and Armstrong World Industries, Inc. Visit www.newionicbulb.com to learn more about the Zevotek product appearing on CBS television news and in the USA Today article.

Rob Babkie, CEO of Zevotek said “The Ionic Bulb is winning national news media attention with their reports on new pollution-fighting technologies and the rapidly approaching January 1st ban on 100-watt incandescent bulbs. We are extremely pleased to be invited by CBS to inform consumers about the Ionic Bulb as they present the newest developments in “pollution-fighting” products and energy-efficient lighting technologies. The patented Ionic Bulb is perfectly positioned to satisfy consumer demand for pollutant-free indoor air and beautiful soft bright light that complies with the U.S. Energy Independence and Security Act.”

As noted in a USA Today feature article appearing on the front page of its April 26, 2011 business section titled “Traditional incandescent bulbs on their way out starting Jan. 1″, a new federal law goes into effect on January 1, 2012 that bans the sale of 100-watt incandescent bulbs. Having only an average life span of 750 hours, U.S. consumers will soon start shopping to replace their burned out 100-watt incandescent bulbs. CFL bulbs, including the air purifying Ionic Bulb, are leading substitutes for 100-watt incandescent bulbs.

About the Company:

Zevotek, Inc. markets and sells a range of innovative personal and home care items. Zevotek has a license to sell the Ionic Bulb, a patented air purifier that silently emits negative ions using a microchip placed inside a 10,000-hour energy saving compact fluorescent light bulb (CFL). One Ionic Bulb is an eco-easy maintenance-free inexpensive alternative that cleans the air in a 100 square foot area. Outfitting lamps and ceiling lights with the Ionic Bulb rids a living room, kitchen, bedroom, children’s playroom, workout area and office space of unpleasant odors and indoor air pollutants that you breathe. Zevotek sells the Ionic Bulb through specialty retail shops, TV commercials, Amazon.com and newionicbulb.com, and markets the Ionic Bulb to major U.S. retail stores.

Safe Harbor Statement under the Private Securities Litigation Reform Act of 1995: Forward-looking statements in this release with respect to the Zevotek, Inc.’s business, financial condition and results of operations, as well as matters of timing and effectiveness of acquiring and selling new consumer products are subject to risks and uncertainties that could cause actual results to differ materially from those expressed in the forward-looking statements, including, but not limited to, certain delays beyond Zevotek, Inc.’s control with respect to market acceptance of their products, whether financing will be available, the plans for Zevotek, Inc. to market and sell products as well as certain other risk factors which are and may be detailed from time to time in Zevotek, Inc.’s filings with the Securities and Exchange Commission.

This press release contains forward-looking statements. The words or phrases ‘may,’ ‘intends,’ ‘expects,’ ‘estimate,’ ‘indicate,’ ‘plans,’ ‘anticipates,’ ‘could,’ ‘if,’ ‘will,’ ‘should’ or similar expressions are intended to identify ‘forward-looking statements.’ Actual results could differ materially from those projected in forward-looking statements as a result of a number of risks and uncertainties. Statements made herein are as of the date of this press release and should not be relied upon as of any subsequent date. Zevotek, Inc. cautions readers not to place undue reliance on such statements. Unless otherwise required by applicable law, Zevotek, Inc. does not undertake, and Zevotek, Inc. specifically disclaims any obligation to update any forward- looking statements to reflect occurrences, developments, unanticipated events or circumstances after the date of such statement.

 

พีทีทีเออาร์’ชี้เศรษฐกิจโลกหนุนปิโตรพุ่ง

นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์ และการกลั่น (PTTAR) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีนี้รายได้ของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา จากปัจจัยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมาทำให้บริษัทมีผลกำไรจากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น

รวมทั้งราคาปิโตรเคมีในตลาดโลกก็อยู่ในเกณฑ์ดี และมีแนวทางเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นผู้บริโภคยักษ์ใหญ่ของโลก ได้แก่ จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา มีทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประชาชนมีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและบริโภคมาก

พีทีทีเออาร์รายงานผลประกอบการปี 2553 มีกำไรสุทธิ 6,342 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 9,161 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้จำนวน 277,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้จำนวน 230,198 ล้านบาท ส่วนงวดไตรมาสแรกปี 2553 มีรายได้จำนวน 65,362 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,356 ล้านบาท

นายบวรกล่าวด้วยว่า แม้ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทได้ดำเนินการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นโรงที่ 1 เป็นเวลากว่า 40 วันตามแผนซ่อมบำรุงประจำปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทมากนัก เนื่องจากจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นทำให้ความต้องการสินค้าในกลุ่มปิโตรเคมีสูงด้วย

ประกอบกับในช่วงไตรมาสที่ 2 โรงกลั่นหลายแห่งใน จีน มาเลเซีย รวมทั้งในตะวันออกกลาง ได้แก่ โอมาน และคูเวต มีแผนจะหยุดซ่อมบำรุงประจำปี และเหตุการณ์ภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่นยังคงส่งผลต่อเนื่องให้โรงกลั่น และโรงผลิตปิโตรเคมีบางแห่งในประเทศญี่ปุ่นไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ

ขณะที่ตลาดยังมีความต้องการใช้วัตถุดิบปิโตรเคมีหลายชนิดในปริมาณสูง ทำให้ราคาสินค้าในกลุ่มปิโตรเคมีเพิ่มสูงขึ้น เช่น ราคาพาราไซลีน ที่ปัจจุบันราคาปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ตันละ 1,600-1,700 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 600 – 700 ดอลลาร์จากช่วงปลายปี 2553

“เราคาดว่าจะมีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกของปีนี้สูงกว่าช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว เนื่องจากราคาปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้นและมีมาร์จินดีกว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งราคาปิโตรเคมีจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 2 นี้ เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังดำเนินอยู่ ขณะที่โรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีของญี่ปุ่นยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มที่จากเหตุ การณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ขณะที่ความต้องการวัตถุดิบในการผลิตปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ส่วนค่าการกลั่นนั้นคาดว่าจากปัจจัยราคาน้ำมันดิบดูไบที่เคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูงกว่า 115-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้คาดว่าค่าการกลั่น (Gross Refinery Margin) ในปี 2554 อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้ค่าการกลั่นของบริษัทจะใกล้เคียงกับราคากลั่นโดยเฉลี่ยที่ตลาดสิงคโปร์ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ระดับ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นายบวร กล่าวด้วยว่า บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาการนำก๊าซแอลพีจีจากโรงกลั่นออกมาจำหน่ายตามโครงสร้างราคาที่รัฐบาลกำหนดให้จำหน่ายตามราคาในตลาดโลก ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มประมาณ 1 พันล้านบาทต่อปี

ส่วนกรณีการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น กับ บริษัท ปตท.เคมิคอล ภายหลังผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัทให้การเห็นชอบให้มีการควบรวมกิจการนั้น ขณะนี้ทั้งสองบริษัทอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลการลงทุน เพื่อนำมาประชุมร่วมกัน เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางดำเนินงานของบริษัทที่จะเกิดขึ้นใหม่

นายบวร คาดว่า การรวมกิจการคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจะได้ข้อสรุป เพื่อให้ทันต่อการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมกันระหว่าง 2 บริษัทเพื่อตั้งชื่อบริษัทในเดือนส.ค. จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะไม่มีปัญหาในการควบรวมกิจการแต่อย่างใด เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นของบริษัทที่คัดค้านไม่ถึง 1% ของผู้ถือหุ้นทั้งหมดและบริษัท ปตท. ก็จะดำเนินการเข้ามาเจรจาขอซื้อหุ้นจากผู้ที่คัดค้านในราคา 39 บาทต่อหุ้น

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา มีรายการซื้อขายหุ้นบริษัทพีทีทีเออาร์บนกระดานหุ้นรายใหญ่ หรือ บิ๊กล็อต 2 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อรายการละ 20.255 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 39.50 บาท ขณะที่ราคาหุ้นพีทีทีเออาร์ปิดตลาดวันที่ 4 พ.ค.ที่ 40 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท วางระบบบัญชี

ด้าน บล.เอเซียพลัส คาดการณ์ว่า บริษัทพีทีทีเออาร์ จะรายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาสแรกจำนวน 4.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 16% แม้จะมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงโรงกลั่นพร้อมกับการทำ tied-in กับโครงการ Euro IV ตามแผนเป็นเวลา 39 วัน ส่งผลให้ Utilization rate ในส่วนของโรงกลั่นปรับตัวลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 59% จาก 105% ในงวดก่อนหน้า เนื่องจากค่าการกลั่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 7.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 11.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รับทำบัญชี

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรจากการดำเนินงานปกติของพีทีทีเออาร์ในงวดไตรมาส 2 จะยังสามารถทรงตัวได้ในระดับสูงใกล้เคียงกับงวดไตรมาสแรก ถึงแม้แนวโน้มราคา ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ในงวดไตรมาส 2 จะอ่อนตัวลงจากงวดก่อนหน้า แต่คาดว่าจะถูกชดเชยได้จากกำลังผลิตในส่วนของโรงกลั่นที่จะกลับมาเดินเครื่องได้ในระดับปกติที่ Utilization Rate เฉลี่ย 100-105% รวมถึงแนวโน้มค่าการกลั่นคาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา จากความต้องการใช้ในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากจีน รวมถึงยังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลขับขี่ในสหรัฐอเมริกา สำนักงานบัญชี

อัตราการเช่าสำนักงานในเอเชียพุ่งสูงขึ้น – เพิ่มขึ้น 1.7%

แม้ว่าอัตราการเติบโตจะเพิ่มขึ้น แต่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยสำคัญส่งผลให้ตลาดอยู่ในสภาวะผันผวน

รายงานสรุปสภาวะตลาดสำนักงานในเอเชียแปซิฟิกฉบับล่าสุดของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (Colliers International) ระบุว่า อุปสงค์ด้านสำนักงานโดยรวมในภูมิภาคเอเชียในไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 นั้นยังคงเป็นบวก ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากสภาพคล่องทางการเงินที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ

แม้ว่าในปีนี้ อุปทานใหม่จะเพิ่มขึ้น 3 ถึง 4 เท่าในเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าในเอเชียยังคงแข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตในไตรมาสที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 1.7% ต่อไตรมาส ปัจจัยเกื้อหนุนได้แก่ ความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ และค่าจองสำนักงานสร้างใหม่หลายแห่งมีอัตราที่น่าสนใจ

“อุปทานใหม่ที่ออกสู่ตลาดเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ ใช้ประโยชน์จากสภาพตลาดในปัจจุบันโดยขยายขอบเขตความต้องการโดยรวม รวมถึงยกระดับสำนักงานของพวกเขาให้เป็นโครงการที่มีคุณภาพ” คุณมาร์ก แลมพาร์ด กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ ของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียแปซิฟิก กล่าว

กรณีตัวอย่างได้แก่ บีเอ็นพี พาริบาสในสิงคโปร์ซึ่งเพิ่มพื้นที่เช่าที่โอเชียน ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์จาก 70,000 ตารางฟุตเป็น 140,000 ตารางฟุตในไตรมาสที่ 1 นี้

อุปสงค์ของตลาดซื้อขายสำนักงานในเอเชียก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน สืบเนื่องจากต้นทุนในการกู้ยืมในไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับโอกาสที่มูลค่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นมีสูง เนื่องจากอัตราค่าเช่ายังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลค่าอาคารสำนักงานในเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่างฮ่องกงและไต้หวันแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ผลการสำรวจของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนลพบว่า อัตราค่าเช่าและมูลค่าการลงทุนในตลาดเอเชียจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในปี 2554 นี้ “ในเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งมีกำหนดจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ผู้เช่าจะมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในการย้ายที่ตั้งของบริษัท และยกระดับสำนักงานในระยะเวลาอันใกล้ถึงระยะกลาง” คุณแลมพาร์ดกล่าวเสริม

สำหรับสถานการณ์ในกรุงเทพนั้น มีแนวโน้มเบื้องต้นว่าจะดีขึ้นโดยในช่วงปลายไตรมาสที่ 1 ของปี 2554 อัตราการครอบครองสูงขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.4% ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง เมื่อเทียบต่อไตรมาส ขณะที่อัตราค่าเช่ายังคงที่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากำลังฟื้นตัวในระยะยาว

นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนลชั่นแนล ประเทศไทยระบุว่า ทางบริษัทมีธุรกิจด้านการเช่าอาคารสำนักงานเพิ่มขึ้นในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา “ไตรมาสแรกของปีไม่มีอุปทานเพิ่มในตลาด ดังนั้นอุปสงค์เพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น” นายปฏิมาชี้แจง

อย่างไรก็ตาม นายปฏิมา กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2554 จะมีอุปสงค์ใหม่เพิ่มขึ้นถึง 100,000 ตารางเมตร ซึ่งตลาดน่าจะรองรับได้เนื่องจากอุปสงค์น่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2554 นี้ รับทำบัญชี

ความหวังที่สดใสน่าจะอยู่ในปี 2555 และ 2556 ซึ่งคาดว่าอุปทานจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และความต้องการพื้นที่สำนักงานยังคงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง นายแอนโทนี พิคอน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนลชั่นแนล ประเทศไทยชี้ว่าอุปสงค์ที่ถูกชะลอไว้อาจจะเข้าสู่ตลาดในช่วงหนึ่งหรือสองปีข้างหน้า “ปีที่แล้ว สำนักงานบัญชี

ผู้เช่าชะลอการขยายพื้นที่สำนักงาน เนื่องจากเหตุการณ์ผันผวนที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและทั่วโลก แต่เมื่อสถานการณ์เข้าที่พวกเขาก็จะเริ่มขยับขยาย” นายแอนโทนีประเมิน และยังเสริมด้วยว่า อย่างไรบริษัทก็ไม่สามารถยับยั้งการขยายโครงการไว้ได้ตลอดไป สุดท้ายจะมาถึงจุดที่บริษัทยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น วางระบบบัญชี

ด้วยอุปทานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2% ในอีกสองสามปีข้างหน้า ประกอบกับการขยายพื้นที่ของผู้เช่าในอนาคต และการจดทะเบียนบริษัทที่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เราคาดการณ์ว่าจะมีผลทำให้เกิดแรงเหวี่ยงในการทำให้อัตราค่าเช่าสูงขึ้น” นายแอนโทนี่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

 

รัฐสุมหัว 4 สมาคม

รัฐถกร่าง พ.ร.บ. ขายตรง ร่วมกับ 4 สมาคมหลัก ประเด็นการควบคุมแผนจ่ายยังไร้ข้อสรุป แต่คาดจ่ายได้ ไม่เกิน 65% ส่วนเรื่องทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เห็นพ้องว่าสูงเกินควรปรับลด ด้านเรื่องระยะเวลาการจ่ายยังคลุมเครือ

หลังจากที่หน่วยงานรัฐ ร่วมกับ 4 สมาคมหลัก ของในวงจรธุรกิจขายตรง ตั้งโต๊ะถกเรื่องกฎข้อบังคับในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อปรับและทำความเข้าใจโดยทั่วกัน ยังมีควัน หลงในประเด็น เปอร์เซ็นต์การจ่ายผลตอบแทนระหว่าง บริษัท กับนักขาย อีกทั้งยังมีเรื่องของทุนการจดทะเบียนบริษัทที่ยังหาบทสรุปไม่ได้แน่ชัด

โดยมีการเชิญตัวแทนจาก 4 กลุ่ม ประกอบไปด้วย สมาคมการขายตรงไทย สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย สมาคมพัฒนาขายตรงไทย และสมาคม นักธุรกิจอิสระแห่งประเทศไทยรวมกับกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนภายในปี 2553 ซึ่งประเด็นในการเสวนาหลักๆ จะเน้นไปในเรื่องของ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบ ตรง ซึ่งกำลังมีการแก้ไขจากที่มีออกประกาศมาตั้งแต่ปี 2545 โดยขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณา เสร็จแล้ว แต่ สคบ. เห็นควรให้มีการเปิดรับฟังความคิดเพิ่มเติม รับทำบัญชี

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้มีอยู่หลายประเด็นด้วยกัน ทั้งการแยกธุรกิจ ขายตรงออกจากตลาดแบบตรง ทุนจดทะเบียน การร้องเรียนจากผู้บริโภค แต่ประเด็นที่ถือว่าชี้เป็นชี้ตายให้กับธุรกิจขายตรงได้นั้น จะอยู่ในเรื่องของแผนการจ่ายผลตอบแทนเป็นหลักว่าควรกำหนดให้จ่ายได้มากที่สุดเท่าไร สำนักงานบัญชี

สำหรับความเห็นกลุ่มที่ 1 จากสมาคมการขายตรงไทยนั้น มองว่า การจ่ายผลตอบแทนร้อยละ 50 ของยอดจำหน่ายสินค้าตามร่าง พ.ร.บ. นั้น ทางกลุ่มเห็นด้วย แต่ก็มองว่าอาจเพิ่มได้เล็กน้อยไปอยู่ที่ร้อยละ 55 ตามต้นทุนของผลิตภัณฑ์ เพราะจากการทำงานจะเห็นได้ว่า ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 ฉะนั้น เมื่อนำมาจ่ายให้สมาชิกร้อยละ 50-55 ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว วางระบบบัญชี

ในส่วนของแผนการจ่ายผลตอบ แทนนั้น ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรอยู่ใน ระดับนี้ มีเพียงทางสมาคมพัฒนาการขายตรงไทยเท่านั้น ที่มองต่างมุมว่าควร จะกำหนดให้ไม่เกินร้อยละ 65 โดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันนวัตกรรมมีการพัฒนา รุดหน้าไปมาก ซึ่งการนำนวัตกรรมเข้า มาใช้อาจช่วยในเรื่องของการประหยัด ต้นทุนได้ ฉะนั้น เมื่อสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ต่ำกว่า ก็มีสิทธิ์ที่จะจ่าย ให้สมาชิกได้มากกว่า แต่เห็นว่าไม่ควรให้เกินจากนี้ เพราะอาจส่งผลให้ผู้บริโภค ใช้สินค้าที่มีราคาแพงเกินกว่าความเป็นจริง

ทั้งในเรื่องของประเด็นการจ่ายผลตอบแทนหน้าแผนตามร่าง พ.ร.บ. ระบุไว้ว่าไม่เกินร้อยละ 70 นั้น ทุกกลุ่ม มีความเห็นตรงกันว่าควรตัดทิ้งไปเลย เพราะดูไม่ชัดเจนและยังมีการพลิกแพลง กันได้ เนื่องจากไม่มีการกำหนดค่าคะแนน ตายตัว

อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่ถกเถียง และมองต่างมุมกันมากอีกเรื่องนั้น อยู่ในหัวข้อของการกำหนดค่าธรรมเนียมในการสมัครสมาชิก ซึ่งทางสมาคมการ ขายตรงไทยมีการเสนอให้ไม่เกิน 1,000 บาท เพราะปัจจุบันต้นทุนในการทำเอกสารเกี่ยวกับใบสมัครนั้นค่อนข้างสูง แต่ทางสมาคมพัฒนาการขายตรงไทยมองว่าจะจำกัดหรือไม่ก็ได้ เพราะแต่ละ บริษัทก็มีวิธีดึงดูดคนให้เข้ามาในบริษัท ตนอยู่แล้ว ซึ่งในอีก 2 กลุ่มที่เหลือนั้น มองว่าไม่เกิน 500 บาทตามร่าง พ.ร.บ. นั้น เหมาะสมดีอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับทุน จดทะเบียนสำหรับการเปิดบริษัทใหม่นั้น ตามร่าง พ.ร.บ. ได้กำหนดไว้ว่าควร เริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยและมองว่าควรลดลงมาให้เหลือเพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น เพราะหากสูงเกินไปก็ไม่เห็นว่าจะช่วยแก้ไขในเรื่องแชร์ลูกโซ่ได้จริงหรือไม่ และอาจ เป็นการขัดขวางไม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาทำธุรกิจขายตรงด้วย ซึ่งทางสมาคมนักธุรกิจอิสระและกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ ไม่ต้องการให้มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ ประเด็นที่ยังไม่ได้บทสรุปและยังคงมีความเห็นแตกต่างกันอย่าง สิ้นเชิงของทั้งสี่กลุ่มนั้น เป็นเรื่องของการเปิดรหัสสมาชิกที่ให้ระบุชัดเจนว่า 1 คน สามารถเปิดได้กี่รหัส ซึ่งทางสมาคม การขายตรงไทยเห็นว่าไม่ควรให้เกิน 3 รหัส แต่ทางสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย และสมาคมพัฒนาขายตรงไทย นั้น เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะอยู่ที่ 7 รหัส แต่ในกลุ่มจากสมาคมนักธุรกิจอิสระและกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ ไม่อยากให้ มีการจำกัดรหัสเรื่องของการกำหนดรอบแผนจ่ายผลตอบแทนนั้น ก็ยังคงเป็นอีกเรื่องที่ยังไม่มีบทสรุปแน่ชัด เพราะจากร่าง พ.ร.บ. นั้น กำหนดให้อย่างน้อย 15 วัน ซึ่งมีเพียงสมาคมการขายตรงไทยเท่านั้นที่เห็นด้วย นอก จากนั้นเห็นควรให้อยู่ที่ 7 วัน

อย่างไรก็ตาม การสัมมนาในครั้งนี้แม้จะเรียกผู้ประกอบการมาพูดคุยถกเถียงกันแล้ว แต่ก็ดูท่าว่ายังคงไม่ได้บทสรุปอะไรมากนัก แต่อย่างน้อยก็เห็นแนวทางเจตจำนงของผู้ประกอบการในหลายเรื่องที่เห็น พ้องต้องกัน ส่วนในเรื่องของแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เชื่อได้เลยว่าทางภาครัฐจะเตรียมออกกฎหมาย มาควบคุมเพดานการจ่ายผลตอบแทน อย่างแน่นอ

ซีคอนเปิดบัดเจทโฮมสร้างบ้านตลาดล่าง

นางสาวศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ซีคอน บริษัท  คอมแพคโฮม และบริษัท บัดเจท โฮม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้งบลงทุน  10 ล้านบาท ในการจดทะเบียนบริษัท บัดเจท โฮม จำกัด เพื่อรับงานก่อสร้างบ้านราคาประหยัด ราคาเริ่มต้นที่ 9 แสนกว่าบาท และไม่เกิน 2 ล้านบาทเข้าทำตลาด เนื่องจากปัจจุบันความต้องการที่อยู่อาศัยมีมาก และส่วนใหญ่ต้องการอยู่อาศัยในบ้านที่มีราคาประหยัด เพราะค่าครองชีพสูง รับทำบัญชี สำนักงานบัญชี วางระบบบัญชี